คอกาแฟต้องรู้ Cold Brew Coffee VS Cold Drip Coffee VS กาแฟทั่วไป
ทำความเข้าใจเรื่องของกาแฟ แต่ละแบบว่ามีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ?

ต้องบอกก่อนว่า กาแฟเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่ผู้คนชื่นชอบและให้การยอมรับทั่วโลกในวงการของคนที่ชอบดื่มกาแฟ ซึ่งจากเมล็ดกาแฟหลากหลายสายพันธุ์ นำมาแปรรูปจากกระบวนการต่างๆ จนได้ออกมาเป็นเครื่องดื่มกาแฟ ที่นักลิ้มรส ลิ้มลองรสกาแฟ ต้องรู้จัก หนึ่งในกาแฟอีกรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กาแฟทั่วไป หรือกาแฟพิเศษรูปแบบอื่นๆ ก็คือ Cold Brew Coffee
คำถามที่หลายๆ คนยังไม่รู้ Cold Brew Coffee คืออะไร ?
งานนี้เราจะมาเจาะลึก และแนะนำวิธีเริ่มดื่มสำหรับ นักดื่มกาแฟมือใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่เทรนด์การดื่มกาแฟเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ และที่สำคัญ ร้านกาแฟแนวใหม่ๆ ก็หันมาให้ความสนใจกับกาแฟ Cold Brew Coffee เป็นจำนวนมาก ซึ่งเดียวเราจะทำความรู้จักกันว่า มันแตกต่างจากกาแฟแบบธรรมดาอย่างไร พร้อมแนะนำวิธีการดื่มสำหรับนักดื่มหน้าใหม่กันเลยครับ

กาแฟสกัดเย็น หรือ กาแฟ Cold Brew คือ กาแฟที่ผ่านกระบวนการสกัดเย็น ผ่านการแช่ (Immersion) ด้วยน้ำอุณหภูมิต่ำ ซึ่งวิธีการก็ไม่จำเป็นต้องเป็นน้ำเย็นเสมอไป เราอาจจะใช้น้ำในอุณหภูมิห้องก็ได้ ตัวกาแฟเองจะถูกบดหยาบและถูกแช่ไว้ในน้ำปล่อยทิ้งเอาไว้ประมาณ 8 -24 ชั่วโมง หรือมากกว่านั้นก็ได้ โดยจะสามารถแช่ได้นานถึง 48 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับขนาดของตัวเมล็ดกาแฟที่บดเรียบร้อยแล้ว กับระยะเวลาที่แช่เอาไว้ เพื่อให้ได้รสชาติที่ต้องการแล้วแช่ไว้ในโหลกาแฟ เก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรักษาอุณหภูมิ
การทำ Cold Brew Coffee จะนิยมเลือกเมล็ดกาแฟที่ผ่านการคั่วระดับอ่อน – ปานกลาง เพื่อหลึกเลี่ยงการได้มาซึ่งรสชาติหรือผลลัพธ์ที่ถูกใจ หากเราเลือกใช้เมล็ดกาแฟที่ผ่านการคั่วแบบเข้มๆ และอาจจะไม่เลือกใช้เมล็ดกาแฟโรบัสต้า
มาดูกันต่อ แล้วกาแฟ Cold Brew ต่างจากกาแฟ Cold Drip ยังไง ?
Cold Brew Coffee มันคือ กาแฟสกัดเย็น แต่ Cold Drip Coffee มันคือ กาแฟหยดเย็น ซึ่งก็คือการได้มาซึ่งกาแฟที่ถูกสกัดด้วยด้วยน้ำเย็น หรือน้ำในอุณหภูมิต่ำ ซึ่งต่างกันตรงวิธีการสกัดนั่นเอง สรุปเข้าใจง่ายๆ ก็คือ Cold Brew Coffee (กาแฟสกัดผ่านการแช่) Cold Drip Coffee (กาแฟที่ผ่านการสกัดด้วยการหยดน้ำทีละหยด)

Cold Drip Coffee (กาแฟที่ผ่านการสกัดด้วยการหยดน้ำทีละหยด) บางที่จะมีวิธีสกัดกาแฟผ่านเครื่องชงแบบเย็น ซึ่งจะมีการสกัดผ่านการเติมน้ำเย็นลงไปก่อนการใส่กาแฟบดเข้าไปในกระบอกแล้วค่อยๆ ปรับความเย็นของน้ำ ให้ค่อยๆ หยดลงมา การชง Cold Drip Coffee จะใช้เวลานาน เพราะต้องปล่อยให้ได้กาแฟที่ผ่านการสกัดลงมาทีละหยดอย่างช้าๆ กว่าจะได้กาแฟ 1 แก้วใช้เวลา 12-14 ชั่วโมงเลยทีเดียว
Cold Brew Coffee แตกต่างกับกาแฟทั่วไปในท้องตลาดอย่างไร
Cold Brew Coffee หรือกาแฟสกัดเย็น มีความแตกต่างกับกาแฟทั่วไป ตรงวิธีการสกัดให้ได้มาซึ่งกาแฟ ซึ่ง Cold Brew Coffee จะสกัดด้วยน้ำเย็น และใช้เวลานานกว่ากาแฟทั่วไป ที่สกัดได้มาซึ่งกาแฟด้วยน้ำร้อน เรียกว่าความร้อนจะใช้เวลาน้อยกว่า ทำให้รสชาติและความเข้มข้นของรสชาติกาแฟแตกต่างกัน ถ้าหลายๆ คนที่เคยดื่ม Cold Brew Coffeeจะรู้สึกถึงรสชาติตัวกาแฟจะดีกว่า เพราะไม่ค่อยมีรสเปรี้ยวเหมือนกาแฟที่ผ่านการสกัดร้อน จึงดื่มง่ายกว่า นุ่มละมุนกว่าและบางเมล็ด บางสายพันธ์จะให้ความกว่ามากกว่ากาแฟที่ผ่านการสกัดร้อน

มาถึงตรงนี้แล้ว คอกาแฟหน้าใหม่ คงจะเริ่มเข้าใจภาพและสัมผัสได้ถึงความละมุนของเครื่องดื่มที่เรียกว่า กาแฟ มันมีความแตกต่างและความละเอียดมากมาย แค่เรื่องของการสกัดร้อน / เย็น ก็ให้รสชาติ สุนทรีที่ต่างกันแล้ว จริงๆ มันสามารถเจาะลึกได้ถึงกระบวนการ ความเข้มข้นของเมล็ดกาแฟแต่ละสายพันธุ์ แต่ละชนิดแยกย่อยได้อีกหลายชนิด ซึ่งหัวใจสำคัญของความเข้มของตัวกาแฟจะได้ออกมามากน้อย ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและเวลา รวมถึงอุณหภูมิน้ำที่ใช้ ล้วนมีผลต่อความหอมของกลิ่นและตัวกาแฟที่ได้ออกมาหลังการสกัด
วิธีสกัดกาแฟผ่านน้ำร้อน จะให้ความร้อนไปเร่งสกัดตัวกาแฟ ใช้เวลาไม่นาน ทำให้สารในกาแฟละลายออกมาได้มากกว่า รสชาติของกาแฟจึงได้รสสัมผัสที่เต็มกว่า กาแฟแบบการสกัดเย็น แต่มีข้อเสียตรงการสกัดร้อนจะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาออซิเดชั่น ทำให้เกิดการเสื่อมสลายและเกิดกรด จึงเป็นที่มาของรสชาติกาแฟที่เปรี้ยว และเกิดการสลายของกรดคลอโรจีนิก กลายเป็นกรดควินิก และกรดคาเฟอิค ทำให้กาแฟมีรสขม

อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า Cold Brew Coffeeหรือกาแฟสกัดเย็นจะใช้เวลานานกว่า เนื่องจากการใช้น้ำในอุณหภูมิต่ำ ทำให้ไม่สามารถทำละลายสารประกอบที่อยู่ในเมล็ดกาแฟที่ผ่านการคั่วมาแล้วในเบื้องต้นออกมาได้ทั้งหมด แม้จะแช่ไว้นานมากกว่า 24 ชั่วโมงก็ตาม ซึ่งก็จะได้ออกมาเป็นสารประกอบที่สำคัญ ส่วนสารที่ค้างอยู่จะไม่ส่งผลเรื่องของรสชาติ หรือไม่มีการทำปฏิกิริยาออกซิเดชั่น จึงไม่นำมาซึ่งกาแฟที่มีรสชาติเปรี้ยว และไม่มีรสชาติขม หรืออาจจะมีน้อยกว่า การสกัดร้อน มีกลิ่นหอมแต่จะไม่เท่ากาแฟที่ผ่านการสกัดร้อนด้วยเช่นกัน และที่สำคัญ สามารถเก็บได้นานเป็นสัปดาห์กันเลย
ขอบคุณรูปภาพประกอบจาก : freepik, perfectdailygrind



